วิเคราะห์ฟุตบอลคู่ระหว่าง แมนซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูลนัดที่ 2 ใน รอบ 8 ทีมในฟุตบอลยูฟ่า

Liverpool

Liverpool กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง หลังจากชนะรวดในลีกมาถึง 2 เกมติดๆ โดยภายในทีมของเกมนี้ปราศจาก Adam Lallana และ Joe Gomez เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ แถมล่าสุดดันเสีย Joel Matip แนวรับฝีมือฉกาจ เพราะต้องเข้ารับการผ่าตัดพักยาวไปเรียบร้อย แถมยังต้องรอดสภาพความฟิตของ Emre Can ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวเก่งอีกด้วย

โดยการจัดแนวทางการต่อสู้ในเกมนี้ จากการคาดการณ์ Jurgen Klopp ผู้จัดการทีม คงวางระบบ 4-3-3 ตามเดิม ซึ่งมี Loris Karius เป็นผู้เฝ้าเสา พร้อมจัดแนวรับ อย่าง Dejan Lovren ยืนร่วมกับ Virgil van Dijk  ส่วนแดนกลางวางผู้เล่น คือ Alex Oxlade-Chamberlain, Jordan Henderson, James Milner ทางด้านแนวรุกก็ยังคงเลือก Mohammed Salah, Roberto Firmino, Sadio Mane เช่นเดิม

Manchester city

Manchester city หลายคนต่างเห็นพ้องตรงกันว่าทีมนี้แหละว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้า ยังคงอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่งดุจดั่งป้อมปราการ ผลงานใน 5 นัดหลัง สามารถคว้าชัยชนะไปได้ถึง 4 นัดด้วยกัน ซึ่งคว้าชัยรวด ในเกมลีกติดต่อกันมาหลายนัดแล้ว ถึงแม้ว่าสภาพทีมจะยังปราศจาก Benjamin Mendy, John Stones และ Fabian Delph ที่ต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ

การจัดทีมให้คว้าชัย นักวิเคราะห์หลายสำนักต่างคิดในเรื่องเดียวกันว่าทาง Pep Guardiola กุนซือแห่งทีมเรือใบ คงไม่ปรับทัพอะไรให้มากกว่านี้ โดยวางระบบ 4-3-3 ซึ่งมี Vincent Kompany เป็นนักแตะที่ดูแลเกมรับร่วมกับ Nicolas Otamendi ส่วนทางด้านแดนกลางได้วาง Kevin De Bruyne , Fernandinho davi sacer เป็นผู้ทำเกม ทางด้านแนวรุกได้จัดตำแหน่งให้แก่ Raheem Sterling , Sergio Leonel Kun , Leroy Sane วางให้ลงเล่นเป็น 3 ประสาน

ความน่าจะเป็นของเกม ฟุตบอลคู่ระหว่าง แมนซิตี้ ปะทะ ลิเวอร์พูลนัดที่ 2 ใน รอบ 8 ทีมในฟุตบอลยูฟ่า

เรียกได้ว่าค่อนข้างสูสี เพราะอยู่ในฟอร์มที่ดูดีทั้ง 2 ทีม แต่อย่างก็ตาม Liverpool อาจมีความได้เปรียบเพราะอยู่ในรัง ซึ่งมันทำให้พวกเขาได้มีแรงฮึดเสมอ แต่การรับพลังของ Manchester city ก็ไม่ง่าย เนื่องจากทีมเยือนทีมนี้ก็มีความแข็งแกร่งอยู่มาก แถมอยู่ในช่วงมีความมั่นใจสุดๆ คิดไปคิดมาแล้วเกมคงออกเบียด มีโอกาสออกทั้งหมดได้ 3 หน้า แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสออกหน้าเสมอสูงทีเดียว เพราะมี Kevin De Bruyne ผู้เล่นที่ถือเป็นแกนหลัก ของแดนกลางซึ่งเป็นขุมพลังสำคัญ ในการช่วยทีมได้รับประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากเกมนี้เขาสามารถเรียกฟอร์มของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ก็น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของเกมได้เลย นอกจากนี้จากการที่ทีมพร้อมเปิดเกมบุกถล่มอย่างเต็มที่ ย่อมทำให้เขาเป็นตัวพลิกเกมอย่างน่าดูชม